กต.ช่วยจ่ายให้ก่อน ค่ารักษา พ่อน้องมินถึงเกาหลี ลุ้นหมออนุญาต พาลูกกลับไทย “แม่”ระบุอาการ หายใจเองแล้ว แต่ยังไม่ได้สติ

Tagged As:

ยังโคม่า – น.ส.ระภีภรณ์ หรือน้องมิน นาสะอ้าน นอนโคม่าเป็นเจ้าหญิงนิทราในห้องไอซียู ร.พ.ที่เกาหลีใต้ ล่าสุดพ่อบินไปดูอาการ เตรียมรับกลับมาไทย โดยกระ ทรวงต่างประเทศสำรอง จ่ายค่ารักษาให้ก่อน
กต.รับช่วยเหลือน้องมิน บัณฑิตสาวป่วย กะทันหันที่เกาหลีใต้ จนต้องรักษาตัวในร.พ. เสียค่าใช้จ่ายวันละ 2 แสนบาท โดยสำรองค่าใช้จ่ายไปก่อน แต่ครอบครัวต้องยอมรับสภาพหนี้ ด้านพ่อน้องมินเดินทางถึงเกาหลีแล้ว เตรียมนำลูกกลับรักษาที่ประเทศไทย แม่เผยลูกหายใจเองได้แล้ว แต่ยังไม่ฟื้น ด้านตาขอบคุณผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ และชาวจ.กาฬสินธุ์ ให้ความช่วยเหลือ

จากกรณี “น้องมิน” น.ส.ระภีภรณ์ นาสะอ้าน อายุ 25 ปี บัณฑิตใหม่หอการค้าไทย ชาวกาฬสินธุ์ ที่เดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ กับเพื่อน แต่จู่ๆ ขากลับร่างกายอ่อนแรงกะทันหันจนเกิดช็อกหมดสติกลายเป็น เจ้าหญิงนิทรา ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประเทศเกาหลี ต้องเสียค่าใช้จ่ายวันละ 2 แสนบาท ขณะที่ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.กาฬสินธุ์ ประสานงานกงสุลกระทรวงการต่างประเทศให้ความช่วยเหลือ ส่วนในพื้นที่เรี่ยไรเงินสมทบช่วยเหลือค่าเดินทาง ตามที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายทองอ่อน หนองโสดา บ้านเลขที่ 85 หมู่ 15 บ้านโนนชาด อดีตกำนันตำบลหนองแวง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ตาน้องมิน และญาติ 10 คน นำเอกสารภาพถ่าย และหนังสือขอความช่วยเหลือเพื่อเรียกร้องขอความช่วยเหลือผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด โดยมีนายมงคล อดทน รองผวจ.กาฬสินธุ์ น.ส.ชุลีพร สมศรี ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นาย วัชรพงษ์ โพธิ์สูง หัวหน้าสำนักงาน จ.กาฬสินธุ์ ร่วมรับหนังสือ

นายทองอ่อน หนองโสดา กล่าวว่าหลังน้องมิน หรือน.ส.ระภีภรณ์ เดินทางไปที่ประเทศเกาหลี ระหว่างวันที่ 20-24 มี.ค. เกิดช็อกหมดสติกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา และทางญาติที่อยู่ประเทศเกาหลีและในประเทศไทย โทรศัพท์สายตรง 1567 ศูนย์ดำรงธรรมประเทศไทย ประสานให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากมีอาการสาหัสและหาสาเหตุไม่พบ ขณะที่ญาติพี่น้องที่ จ.กาฬสินธุ์ ต่างตกใจกับอาการเจ็บป่วยของน้องมินจนทำอะไรไม่ถูก

นายทองอ่อนกล่าวอีกว่า หลังจากขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด วันนี้ ตนกับลูกหลาน ญาติพี่น้องของน้องมิน นำเอกสาร ภาพถ่าย และหนังสือความช่วยเหลือมายืนยันอาการเจ็บป่วยของน้องมิน เพื่อประสานไปยังกงสุลระหว่างประเทศให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปเกาหลีใต้ และช่วยเหลือนำน้องมินกลับมารักษาที่ประเทศไทย และค่าใช้จ่ายในการรักษา ที่สูงถึงวันละ 2 แสนบาท เพราะลำพังญาติพี่น้องคงไม่มีหนทางช่วยเหลือน้องมินได้ เนื่องจากเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ฐานะยากจน ทั้งนี้ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาท รวมทั้งเพื่อนบ้านที่ร่วมบริจาคอีกจำนวนหนึ่ง
นายมงคล รองผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ทางจังหวัดรับทราบความเดือดร้อนของครอบครัวน้องมินทางโทรศัพท์ตั้งแต่คืนวันที่ 24 มี.ค. เบื้องต้น ประสานไปทางกงสุลประเทศเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย ให้ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทางโน้นก็ใส่ใจให้ความช่วยเหลือเต็มที่ และแจ้งผลการรักษาให้ทราบเป็นระยะ อาการล่าสุดทราบเพียงว่า ยังอยู่ในความดูแลของหมออย่างใกล้ชิดและห้ามเยี่ยม ทั้งนี้ก็ได้ให้กำลังใจญาติพี่น้องทางกาฬสินธุ์ ว่าหมอดูแลเต็มที่ และยังมีคนไทยที่เคยรู้จักกับน้องมินเฝ้ารอดูอาการและรอแจ้งข่าวมาที่ประเทศไทยอยู่ด้วย ส่วนของการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายอื่นๆ นั้น ผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือครอบครัวน้องมิน สามารถติดต่อที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอได้ทุกแห่ง

ด้านน.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือ น.ส.ระภีภรณ์ หรือน้องมิน ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเกาหลีใต้ ได้ดูแลรวมถึงประสานงานเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลของสถานทูต เข้าไปเยี่ยมน้องมินที่โรงพยาบาลเซอเวอร์เร่น ในกรุงโซล เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 27 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น น้องมินยังไม่ฟื้นและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทางครอบครัวน้องมินให้รักษาต่อที่ประเทศเกาหลีใต้จนหายดีหรือพามารักษาที่ไทย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า คงต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยและแนะนำของแพทย์และการตัดสินใจของครอบครัว ซึ่งคุณพ่อน้องมิน กำลังเดินทางไปเกาหลีใต้ ซึ่งคาดว่าจะเดินทางถึงในช่วงค่ำ วันนี้ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา ทางกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นฝ่ายสำรองจ่ายค่ารักษาไปก่อน โดยให้ครอบครัวน้องมินเซ็นรับสภาพหนี้จากการรักษา

ด้านนางบังอร นาสะอ้าน แม่น้องมิน เผยว่า คืนนี้ พ่อจะบินไปที่ประเทศเกาหลีเพื่อดูแลลูกสาว โดยได้รับความช่วยเหลือจากทางรัฐบาล และสถานทูตไทยในประเทศเกาหลี จะสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ก่อน และจะประเมินอาการว่า จะสามารถพาตัวกลับประเทศไทยได้หรือไม่ เมื่อใด เบื้องต้นทางโรงพยาบาลยังไม่ได้สรุปค่าใช้จ่ายว่าอยู่ที่เท่าใด อย่างไรก็ตาม ทราบว่า อาการของลูกสาวเบื้องต้น เริ่มหายใจเองได้แล้ว และมีอาการดีขึ้นเป็นลำดับ

ทั้งนี้ ลูกสาวเคยป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง รักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช